ผู้เขียน หัวข้อ: รีวิว PLENTY IP Camera Wireless/Wired รุ่น IP-J03-WS - ชุดสุดคุ้มขโมยเห็นแล้วต้องยั้งใจ  (อ่าน 6072 ครั้ง)

tenda

  • บุคคลทั่วไป
รีวิว PLENTY IP Camera Wireless/Wired รุ่น IP-J03-WS - ชุดสุดคุ้มขโมยเห็นแล้วต้องยั้งใจ

    กล้อง IP Camera หรือกล้องวงจรปิดผ่านระบบเครือข่าย Network ซึ่งตัวที่นำมาแนะนำในวันนี้เป็นกล้อง IP Camera ของ PLENTY IP Camera รุ่น IP-J03-WS ที่มีความสามารถมากกว่ากล้องวงจรปิดแบบ CCTV ตรงที่ IP Camera จะใช้การเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Computer Network) ผ่านทางสาย LAN หรือ Wireless (ขึ้นอยู่กับความสามารถของรุ่นนั้นๆ)

เมื่อเชื่อม IP Camera เข้ากับระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตแล้ว ผู้ใช้งานสามารถเรียกดูภาพจากกล้องวงจปิดผ่านทางเว็บบราวเซอร์ (Web Browser) จากระยะไกลได้ ทุกที่ ทุกเวลา ตามที่ใจคุณต้องการ

PLENTY IP Camera Wireless/Wired รุ่น IP-J03-WS

คุณสมบัติของ PLENTY IP Camera รุ่น IP-J03-WS มีดังนี้
   1. ตัวกล้องมีความไวสูง 1/4" CMOS sensor บีบอัดภาพแบบ MJPEG
   2. เฟรมเรตสูงสุด 30fps (QVGA) และ 15fps (VGA)
   3. ความละเอียดสูงสุด 640 x 480 (VGA) และ 320 x 240 (QVGA)
   4. รองรับความถี่แสงทั้ง 50Hz, 60Hz และ Outdoor
   5. รองรับการดูผ่าน Web Browser ทั้ง IE, Firefox และ Google Chrome เป็นต้น
   6. รองรับการจัดการระดับผู้ใช้งานเป็น Admin และ Guest
   7. รองรับช่องเสียบลำโพง และไมโครโฟน (สำหรับการสื่อสาร 2 ทิศทาง)
   8. รองรับการเชื่อมต่อไร้สายทั้ง Wireless IEEE802.11b/g
   9. มาพร้อมกับ DDNS ที่สามารถใช้งานได้ทันที และรองรับ UPnP สำหรับ Map Port Auto
   10. มาพร้อมกับ Infrared ระยะ 12-18 เมตร ดูภาพในสภาวะแวดล้อมที่มืดสนิทได้
   11. รองรับฟังก์ชันตรวจจับความเคลื่อนไหว และแจ้งเตือน
   12. รองรับการบันทึกภาพหน้าจอ และบันทึกไฟล์วีดีโอ
   13. รองรับการดูกล้องผ่าน SmartPhone เช่น Android และ iOS เป็นต้น
   14. สามารถ Pan กล้องได้ 320 องศา และ Tilt ได้ 120 องศา


     จากคุณสมบัติเบื้องต้นถือว่าเจ้า PLENTY IP Camera รุ่น IP-J03-WS มาพร้อมกับความสามารถที่ครบครันกันเลยทีเดียว ก่อนที่เราจะไปทดสอบการใช้งานจริงนั้น กระผมขอพาท่านผู้อ่านไปชมในส่วนของดีไซน์กันก่อนว่ามันจะสวยและน่าใช้งานมากน้อยเพียงใด?

เปิดกล่องออกมาจะพบกับอุปกรณ์ที่ให้มาดังภาพ

ในส่วนของอุปกรณ์ที่แถมมากับเจ้า PLENTY IP Camera รุ่น IP-J03-WS ประกอบด้วย
   1. อแดปเตอร์ จำนวน 1 ชุด
   2. ชุดแขวนและยึดติดกับผนัง จำนวน 1 ชุด
   3. เสารับส่งสัญญาณ Wireless จำนวน 1 ต้น
   4. สาย LAN Cat 5 จำนวน 1 เส้น
   5. แผ่น CD สำหรับช่วยติดตั้ง จำนวน 1 แผ่น
   6. คู่มือภาษาไทยและภาษาอังกฤษ จำนวน 1 ชุด


ตัวกล้องทำมาจากพลาสติกชั้นดี มาในโทนสีขาว และมีนำหนักค่อนข้างเบาพอสมควร


จากมุมด้านข้างจะเห็นว่ามีส่วนที่เป็นสีน้ำเงิน ซึ่งตรงส่วนนี้จะเป็นแกนมอเตอร์ที่ใช้สำหรับ "ก้ม-เงย" ตัวกล้อง


ด้านหน้าของตัวกล้องจะมีหลอดไฟอินฟราเรดแบบ LED ที่รองรับการใช้งานในที่มืดสนิทมาให้มากถึง 16 ดวง

     ซึ่งด้านบนที่อยู่ติดกับหลอดไฟอินฟราเรดจะเป็น Sensor สำหรับ "เปิด-ปิด" หลอดไฟอินฟราเรดในกรณีที่สภาพแวดล้อมมืด ถัดมาที่ด้านล่างจะเป็นไฟแสดงสถานะการทำงานของตัว IP Camera


สำหรับช่องต่อของเจ้า PLENTY IP Camera รุ่น IP-J03-WS มีให้ได้เลือกใช้งานหลายรูปแบบด้วยกัน ซึ่งจะมีช่องต่ออะไรบ้างนั้นไปชมกันต่อเลยจ้า


ช่องต่อทางด้านหลังของตัวกล้อง IP Camera ประกอบด้วย
 
   1. พอร์ต LAN
   2. I/O Alarm Pin: (เริ่มจากช่องซ้าย) Output A, Output B, Alarm Input, Input (GND)
   3. ช่องต่อเสา Wireless
   4. ปุ่ม Reset
   5. ช่องต่อลำโพง
   6. ช่องต่อไมโครโฟน
   7. ช่องต่ออแดปเตอร์ (DC)


เมื่อเสียบเสา Wireless เข้าไปจะเป็นเช่นนี้ ตัวเสาสามารถหักงอได้มากถึง 90 องศา และหมุนได้ 360 องศา


สำหรับท่านที่ใช้งานในลักษณะที่ต้องแขวนติดกับผนังหรือเพดานนั้น ที่ตัวฐานด้านล่างของเจ้า PLENTY
IP Camera รุ่น IP-J03-WS ก็มีมาให้เลือกใช้งานเสร็จสับ


มาถึงยังส่วนที่ทุกท่านรอคอยกันแล้ว ซึ่งก็คือส่วนของลูกเล่นและการใช้งานเจ้า PLENTY IP Camera
รุ่น IP-J03-WS นั่นเอง โดยรูปแบบการใช้งานจะเป็นอย่างไรบ้างนั้นกระผมขออธิบายไปพร้อมๆ กับการทดลองใช้งานจริงไปเลยแล้วกัน ถ้าพร้อมแล้วไปลุยกันเลยจ้า!!

เบื่องต้นเมื่อทำการแกะตัว IP Camera ออกมาจากกล่องแล้ว ให้นำตัวกล้องต่อเข้ากับสาย LAN แล้วนำไปเชื่อมต่อเข้ากับ Router / Modem ภายในบ้านของท่านได้ทันที (อย่าลืมต่ออแดปเตอร์เข้ากับตัวกล้องด้วยนะ)

ขั้นตอนการตั้งค่าเจ้า PLENTY IP Camera รุ่น IP-J03-WS มีหลายวิธีด้วยกัน
   1. ผู้ใช้สามารถใช้แผ่น CD Driver ที่แถมมาเป็นตัวตั้งค่า IP Camera ได้ (สำหรับผู้ใช้งานมือใหม่)
   2. ผู้ใช้สามารถใช้ Web Browser อย่างเช่น Internet Explorer, Google Chrome, Mozilla Firefox และ Safari เข้าไปตั้งค่าได้โดยตรง (ซึ่งในที่นี้กระผมจะรีวิวโดยใช้วิธีนี้นะครับ)

เมื่อเชื่อมต่อทุกอย่างเข้ากับระบบ Network ภายในบ้านเรียบร้อยแล้วให้เปิด Web Browser ตัวใดตัวหนึ่งขึ้นมา โดยเมื่อเปิด Web Browser ขึ้นมาแล้วให้กรอกเลข IP Address: 192.168.1.250 (เป็นค่า Default ของ IP Camera รุ่นนี้)

***หมายเหตุ ทั้งนี้เลข IP Address: 192.168.1.xxx จะขึ้นอยู่กับค่า Local Network ที่เราตั้งค่าไว้กับ Router / Modem ภายในบ้านของเรานั่นเอง


เมื่อกรอกค่า IP Address ตามข้างต้นไปแล้ว มันก็จะถามหา User และ Password ซึ่งในที่นี้ User ใช้เป็น
admin จากนั้นไม่ต้องใส่ Password ให้กด OK โลด!!

หลังจากที่ทำการ Login ได้แล้วจะพบกับหน้า Home ของเจ้า PLENTY IP Camera รุ่น IP-J03-WS โดยหน้า Home จะรองรับการใช้งานหลายโหมดด้วยกัน คือ

หน้าตาของ ActiveX Mode

  1. ActiveX Mode จะใช้ได้กับ Web Browser ที่เป็น Internet Explorer เท่านั้น โดยโหมดนี้จะรองรับการใช้งานเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการควบคุม IP Camera, การ "เปิด-ปิด" ไมโครโฟน / ลำโพง (สำหรับการสื่อสาร 2 ทิศทาง) และยังรวมถึงการตั้งค่าระบบอื่นๆ ด้วย

***หมายเหตุ สำหรับท่านที่ใช้งานโหมดนี้ใน Internet Explorer ครั้งแรกอาจจะใช้งานไม่ได้ให้ไปที่ Tools > Internet Options > Tab Security > Custom Level > ActiveX Control and Plug-in > Download Unsigned ActivX Controls ให้เลือกเป็น Prompt แล้วกด OK

2. Server Push Mode จะรองรับการใช้งานทั้ง Internet Explorer, Google Chrome, Mozilla Firefox และ Safari โดยโหมดนี้เราจะไม่สามารถใช้ไมโครโฟน ลำโพง และบันทึกวีดีโอได้ แต่สามารถบันทึกเป็นภาพนิ่งได้เท่านั้น ในส่วนของการตั้งค่าต่างๆ ใช้งานได้เหมือนกับ ActiveX Mode เลย

3. VLC Mode จะคล้ายๆ กับ Server Push Mode แต่ในการดูภาพวีดีโอจาก IP Camera จะต้องลง VLC Plugin ก่อนถึงจะใช้งานได้

4. Mobile Phone Mode จะเหมาะกับการใช้งานผ่าน SmartPhone / Tablet ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android เป็นต้น


จาก 4 Mode กระผมได้เลือกใช้ Server Push Mode ดังภาพด้านบน ซึ่งหน้าตาของตัวเมนู
แต่ละโหมดจะคล้ายๆ กัน แต่ต่างกับ ActiveX Mode อยู่พอสมควร


จากภาพก่อนหน้านี้จะเห็นว่าทางด้านซ้ายของจอจะมีเมนูต่างๆ ให้เราได้เลือกตั้งค่าอย่างครบครัน
 
เช่น ดูภาพสดจากกล้อง IP Camera, ตั้งค่าอุปกรณ์หลายอย่าง, ระบบโครงข่าย, ระบบเสียงและภาพ, ระบบ และอื่นๆเห็นเมนูแบบนี้แล้วไม่ต้องตกใจไปเดี๋ยวกระผมจะแจกแจงให้ชมทีละเมนูเลยจ้า

แต่ก่อนอื่นก็ต้องขอแจกแจงในส่วนของเมนูที่ใช้ควบคุมตัวกล้องกันก่อน (เมนูที่อยู่ทางด้านขวาของภาพด้านบน) เมนูส่วนนี้ถือเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้เราสามารถควบคุมตัว IP Camera ผ่านระยะไกลได้อย่างสบายๆ ประกอบด้วยปุ่มควบคุมต่างๆ ดังนี้

   1. ความละเอียดของภาพ
   2. ปรับความถี่ของตัวกล้อง 50Hz, 60Hz และ Outdoor
   3. ปรับความสว่างของภาพ
   4. ปรับความเข้มของภาพ
   5. แป้นปรับกล้องในทิศทางต่างๆ
   6. กำหนดตำแหน่งกล้องล่วงหน้า
   7. ดูตำแหน่งกล้องที่กำหนดไว้
   8. แพลนกล้องตามแนวตั้ง
   9. แพลนกล้องตามแนวนอน
   10. สวิทซ์เปิดสัญญาณ Alarm
   11. หยุดแพลนกล้องในแนวตั้ง
   12. หยุดแพลนกล้องในแนวนอน
   13. สวิทซ์ปิดสัญญาณ Alarm

ถัดมายังส่วนการตั้งค่าที่กระผมได้ค้างไว้ โดยส่วนนี้จะขอลงรายละเอียดเป็นบางเมนูที่สำคัญแล้วกันนะครับ


มาเริ่มกันที่ "เมนูอุปกรณ์หลายอย่าง" หรือ Multi-Device จะเป็นในส่วนของการอัพเดทเฟิร์มแวร์
และรีเซ็ตค่าต่างๆ ของตัวกล้อง IP Camera

"เมนูระบบโครงข่าย" หรือ Network

เมนูนี้ค่อนข้างสำคัญกับการตั้งค่าระบบเครือข่ายที่จะทำให้เราทราบได้ว่ากล้อง IP Camera ตัวที่เราใช้อยู่นั้นมีเลข IP Address เป็นเลขอะไร?

ซึ่งเราสามารถกำหนดเลข IP Address หลัง 192.168.1.xxx เองก็ได้ (ค่า Default จะเป็น 192.168.1.250 / Port 80) ในส่วนของค่า Subnet Mask, Gateway และ DNS Server ตัวกล้อง IP Camera จะรับค่ามาจาก Router / Modem

***หมายเหตุ แต่ถ้าท่านไหนอยากให้ตัวกล้องรับค่า IP Address จาก Router / Modem เลยก็สามารถไป ติ๊กถูก!! ที่คำว่า "รับ IP Address จาก DHCP Server" ซึ่ง IP Address ที่ได้จาก DHCP Server อาจจะไม่ตายตัวเหมือนกับวิธีแรก


นอกจากเจ้า PLENTY IP Camera รุ่น IP-J03-WS จะรองรับการเชื่อมต่อผ่านทางสาย LAN แล้ว
มันก็ยังรองรับการเชื่อมต่อไร้สายด้วยเช่นกัน


ทั้งนี้ตัว IP Camera ก็มี DDNS หรือ Dynamic Domain Name Service มาให้เราใช้งานได้ทันที
โดยที่ไม่ต้องทำการสมัครใช้งานใหม่
 
ทำไมถึงต้องใช้ DDNS (Dynamic Domain Name Service) เพราะถ้าเราต้องการเชื่อมต่อเข้ากับตัว IP Camera จากนอกบ้านไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลก เราไม่จำเป็นต้องจำหมายเลข IP Address ของอินเทอร์เน็ตที่บ้าน โดยปกติแล้ว IP Address ที่เราใช้งานกันอยู่ตามบ้านจะเป็นแบบ Random ซึ่ง IP Address จะไม่ตายตัวและจะเปลี่ยนแปลงเมื่อมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตใหม่ หรือในกรณีที่อินเทอร์เน็ตหลุด

แต่ถ้าเราใช้ DDNS เพียงแค่เราจำโดเมนเนมของ IP Camera เท่านั้น เช่น "ip.example.com" ซึ่งโดเมนเนมของกล้องแต่ละตัวจะไม่ซ้ำกัน

***หมายเหตุ ก่อนที่เราจะใช้งาน DDNS หรือโดเมนเนมได้นั้นเราจะต้องไป Forward Port ที่ Router / Modem ก่อนซึ่งกระผมจะอธิบายในส่วนถัดไป


มาต่อกันที่การ Forward Port ของ IP Camera ที่ Router / Modem กันเลย
 
สำหรับการ Forward Port ใน Router / Modem แต่ละยี่ห้อจะไม่เหมือนกันให้ลองมองหาเมนูที่มีคำว่า "Forward Port" ครับ

จากค่า IP Address ของ IP Camera ที่เราตั้งไว้จะเป็น 192.168.1.250 Port 80 (Local Address: 192.168.1.250:80) ซึ่งก็ให้ไปกรอกค่า Internal Port เป็น 80 และ External Port เป็น 5200 แล้วกด Save ค่าที่ตั้งไว้ เมื่อต้องการเข้าดูกล้องจากนอกบ้านผ่านทางอินเทอร์เน็ตให้พิมพ์โดเมนเนมเป็น "ip.example.com:5200" เพียงเท่านี้ก็สามารถใช้งานได้แล้วจ้า ^^

***หมายเหตุ ในส่วนของ Internal Port และ External Port เราสามารถกำหนดเป็นเลขอื่นก็ได้


มาดูเมนูเล็กๆ อย่าง "ระบบเสียงและภาพ" หรือ Audio Video ซึ่งเมนูนี้ไม่มีอะไรมากนักตามภาพเลย อิอิ


ที่เมนู "ระบบ" หรือ System ส่วนนี้จะเป็นการตั้งค่าลูกเล่นปลีกย่อยซะมากกว่า ซึ่งก็ลองเล่นกันได้


อีกหนึ่งเมนูย่อยของ "เมนูระบบ" ก็คงจะไม่พ้นการตั้งค่าผู้ใช้งาน ซึ่งเราสามารถกำหนดสิทธิผู้ที่
เข้ามาใช้งานกล้อง IP Camera ได้ 3 กลุ่มด้วยกัน คือ Admin, Operator และ Visitor



ทดลองควบคุม IP Camera ผ่าน Web Browser ในคอมไปแล้ว มาลองใน iPhone 5 กันบ้างดีกว่า โดยเข้า
ผ่านทาง Mobile Phone Mode


การปรับแต่งค่าต่างๆ ก็ทำได้ง่ายไม่แพ้กับ Web Browser ในคอมเลยครับ

***หมายเหตุ แป้นควบคุมบน SmartPhone ค่อนข้างใช้งานยากนิดหน่อยอาจจะเลื่อน หรือแพลนกล้องได้ไม่ทันใจมากนัก แต่ผู้ใช้สามารถไปโหลดแอพพลิเคชันมาใช้งานแทนได้ซึ่งจะทำให้ใช้งานได้สะดวกกว่า


แอพพลิเคชันที่จะทำให้สามารถใช้งานใน SmartPhone ได้สะดวกก็มีทั้งฝั่ง iOs และ Android


ทดลองเข้าผ่านทาง Web Browser ของทีวีที่ต่ออินเทอร์เน็ตได้ การ Login นั้นจะเหมือนกับการดูผ่าน
จากอุปกรณ์อื่นๆ เช่นกัน


จะมีให้เลือกเข้าใช้งานทั้งหมด 4 โหมด สามารถเลือกได้ตามอัธยาศัยเลยจ้า


เมื่อดูผ่านทางทีวีอินเทอร์เน็ตจะมีหน้าตาประมาณนี้


ตัวอย่างภาพในมุมสว่างที่มีแสงไม่มากไม่น้อย โดยมีคุณ Demo เป็นนายแบบถือว่าชัดใช้ได้


เมื่อลองปิดไฟตัวอินฟราเรดที่อยู่บนกล้อง IP Camera ก็ทำงานทันที (แอบถ่ายมา อิอิ)


เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับกล้อง IP Camera ของ PLENTY IP Camera รุ่น IP-J03-WS ซึ่งอาจจะแอบวิชาการเยอะไปหน่อย แต่กระผมอยากให้ท่านผู้อ่านได้เห็นทุกซอกทุกมุมของการใช้งาน IP Camera รุ่นนี้นั่นเอง
 
เพื่อไม่ให้เสียเวลาสรุปเลยแล้วกัน สำหรับการใช้งานและลูกเล่นของกล้อง IP Camera ตัวนี้ถือว่าให้มาได้อย่างครบครันไม่แพ้กล้องรุ่นใหญ่ที่มีราคาหลักพันปลายๆ เลย จากการทดลองนำไปใช้งานจริงถือว่าใช้งานได้ดีไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในสถานที่มืดหรือที่สว่างสามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ รวมถึงคุณภาพของภาพที่ได้ก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดีเลยทีเดียว
 
มีขอสังเกตในส่วนของการควบคุมผ่าน SmartPhone เล็กน้อยตรงที่แป้นควบคุมค่อนข้างจะใช้งานได้ไม่ค่อยถนัดเท่าที่ควร สำหรับการใช้งานผ่าน Web Browser บนคอมพิวเตอร์ใช้งานได้อย่างลื่นไหลไว้ใจได้

PLENTY IP Camera Wireless/Wired รุ่น IP-J03-WS

สำหรับการเชื่อมต่อเข้ามาดูภาพวีดีโอจากภายนอกผ่านทางอินเทอร์เน็ตก็สามารถใช้งาน DDNS ที่ติดมากับตัวกล้องได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องไปสมัครใหม่ ในเรื่องคุณภาพของภาพก็ขึ้นอยู่กับความเร็วของอินเทอร์เน็ตที่บ้านของแต่ละท่านล่ะครับ โดยรวมแล้วสำหรับท่านที่กำลังมองหากล้อง IP Camera ไว้ใช้งานสัก 2-3 ตัวผมถือว่าเจ้า PLENTY IP Camera รุ่น IP-J03-WS คุ้มค่าน่าโดนเลยทีเดียว จัดไปจ้า!!


ข้อดีของ PLENTY IP Camera รุ่น IP-J03-WS
   1. ใช้งานได้ง่าย เหมาะกับผู้ใช้มือใหม่และมือเก่า
   2. คุณภาพของภาพอยู่ในเกณฑ์ที่ดี
   3. สามารถเชื่อมต่อจากภายนอกได้ (ทั้งนี้คุณภาพของภาพที่ได้ก็ขึ้นอยู่กับความเร็วของอินเทอร์เน็ต)
   4. รองรับการตรวจจับความเคลื่อนไหว และสามารถแจ้งเตือนได้
   5. ตัวกล้องสามารถ "ก้ม-เงย" ได้ 120 องศา และสามารถแพลนกล้องในแนวนอนได้มากถึง 320 องศา
   6. มีหลอดไฟอินฟราเรดแบบ LED ใช้งานในที่มืดได้สบายๆ
   7. มี DDNS (Dynamic Domain Name Service) มาให้สามารถใช้งานได้ทันทีไม่ต้องสมัครใหม่ เพียงแค่ Forward Port ที่ Router / Modem ก็ใช้งานได้แล้ว
   8. ตัวกล้องมีไมโครโฟนและลำโพงในตัว ทำให้สามารถสื่อสารได้ 2 ทิศทาง

ข้อเสียของ PLENTY IP Camera รุ่น IP-J03-WS
   1. การใช้งานผ่าน SmartPhone แป้นควบคุมใช้งานได้ค่อนข้างยาก (แก้ได้ด้วยการไปโหลดแอพพลิเคชันมาใช้งานแทน)
   2. จากการทดลองเมนูสำหรับบันทึกวีดีโอยังไม่สามารถใช้งานได้ ทำได้เพียงแค่ถ่ายภาพนิ่งเท่านั้น

สนใจร่วมกิจกรรม....คลิ๊กเลย !!

ขอบคุณ บริษัท เพล็นตี้ คอมพิวเตอร์ จำกัด IP Camera Wireless/Wired ยี่ห้อ PLENTY รุ่น IP-J03-WS ในการทดสอบครั้งนี้ สอบถามเพิ่มเติม Technical Support Tenda Support Tel : 0-2312-3641-46 (09.oo–18.oo), Customer Care : 08-6369-7855 (09.00–24.00)

OPASO

  • บุคคลทั่วไป
ต้องทำยังไงถึงจะบันทึก video ลงเครื่องคอมฯ ได้ครับ
เพราะในคู่มือที่ให้มาในแพคเกจ ก็มีัพูดถึงการตั้งค่าบันทึก video ลงเครื่องได้

Oowqqiq8

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 2
    • ดูรายละเอียด
Are curious and interested in this fit.